Chapter 1 

     ใช้Twitter กะเค้าแล้วเฟ่ย ถึงจะช้าไปหลายปีแสงแต่ก็พยายามทำความเข้าใจละ ใครเล่นมั่ง?? มาทวีสกันหน่อย ตอนนี้อยู่ในภาวะ ไม่รู้จะ followใคร และไม่มีใครให้ follow .....น่าสังเวชยิ่งนัก  -_-"

ใครอยากลองของแปลก เชิญที่กรอบทางขวามือเลยพี่น้อง>>>>>>>>> 

                                                  Chapter 2

       พี่ยากลับมาแล้นนนน.....คุณพี่ศิลปินกะทะเหล็ก รสชาติอาหารถึงใจ คุณภาพวัสดุไม่ยั้ง ต้องกรึ๊บขณะปรุง แล้วจะซึ้ง ซึ่งรสพี่ยา

       หลังจากที่วางตะหลิว ชั่วคราวและออกเดินทางท่องยุทธจักร พี่ยากลับมาอีกครั้งยิ่งใหญ่กว่าเดิม มาเปิดร้านอาหารป่า ชื่อ"ตำนานป่า" นกหรือ เก้งหรือ ปลาบึก ปลาม้า หมูป่า กบเอย ใครมันจะไปกิน ยิ่งผมเป็นพวกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนิยมอย่างผม มีรึจะสน

     แต่เมื่อเป็นพี่ยา แล้วมาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า กลิ่นรัญจวนเช่นนี้ จากปรกติที่กระเดือกไม่ลง ซัดเกลี้ยงซะงั้น ....ต้องใช้คำว่า "แดกหยั่งกะห่าลง" เรียบไม่มีเหลือ สรรพสิ่งจากธรรมชาติสูญหายไปจากจานเกลี้ยงสนิท ไม่ต้องตายอย่างไร้ค่า ...และได้แต่เข้าข้างตัวเองว่ากูเป็นตัวละครใน เพชรพระอุมา อาหารป่าคือเครื่องประทังชีวิต ......ยิ่งเจอสัตว์ป่าต่างทวีปอย่าง"ลีโอ" เข้าไป....หมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่คำว่า อนุรักษ์นิยม!  

                                                  Chapter 3

  ไปดู Inglorius Basterd (ชื่อไทยว่าแก๊งเดือดเชือดนาซี)มาแล้วเมื่อวาน -ขอรำลึกชาตินิดนึง ปรกติไม่ค่อยชอบหนังทาแรนติโน่ ดูKill bill 1 ยังงงๆ มัยเจ๋งตรงไหนฟ่ะ ดูไร้สาระชอบกล มุกแบบที่เฮียเล่นภาคหนึ่งหนังเอเชียเค้าเล่นกันไปนานแล้วววดู Kill Bill 2 ชอบมากกว่าภาคหนึ่งนิดหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยประทับใจ   เลยไปหา Plup Fiction ที่เค้าว่ากลันว่าคลาสสิคสุดยอดมาดู อืมมม เรื่องนี้เข้าท่าว่ะ แต่ดูแผ่นและหนังเก่ามากเลยไม่ถึงกับประทับจิตอะไรมาก

  แต่คนละเรื่องกับเรื่องนี้ (แก๊งเดือดเชือดมาเฟีย) เล่าเรื่องเป็นสไตล์ตัวเอง บทพูดถึงกึ๋น เดาอะไรไม่ได้ เหตุการณ์พลิกไป พลิกมาแล้วก็บรรยากาศเรื่องได้อรรถรส พีเรียด สมัยสงครามมาก ขนาดเราไม่ได้เป็นคนช่ำชองเรื่องหนังมาก   แต่ดูเรื่องนี้ นี่รู้สึกเร้าใจตามไปกับการแพนกล้อง การใช้ดนตรีเล่าเรื่องเลย ถ้าไม่ดูในโรงคงไม่รู้สึกขนาดนี้ ....บอกได้คำเดียวว่า เมพขิงๆ ต้องไปลองดูเองในโรงกันเอง แต่ว่า......ค่าตั๋วขึ้นราคาเป็น 150 บาทแล้วนะ ....แพงสาดดดดดด 

                                                  Chapter 3(.1)

ดูซีรี่ย์ 24 ซีซั่นแรกจบแล้ว อืมมม เหมือนจะสนุกแต่ไม่สุดยังไงไม่รู้ แต่ก็ถือว่าได้ชิมอีกรสชาตินึง(ชิมช้ามากก หนังมีตั้งแต่ปี 2001)แต่มีคนโฆษณา ว่าซีซั่นสองสุดยอดสุด เหมือนว่าคลำจนมาถูกทาง ทำได้เยี่ยมจนซีซั่นหลังๆต้องเอามุกเดิมๆของซีซั่นนี้มาใช้ .....แต่  มาบอกกูแล้วเอามาให้กูยืมด้วย ....นาฑีนี้ ไม่มีปัญญาซื้อมาดูเอง

 

    สรุปมันยาวกว่าเขียนปรกติอีกว่ะ ....จะแบ่งเป็นตอนสั้นๆทำไมเนี้ย!!???

 

แสรดด......Exteen เป็นอะไรมิแทรบ ลงชื่อล็อกอิน ของตัวเองไม่ได้ เข้าบล็อคตัวเอง แต่ดันมาในฐานะผู้เยี่ยมชม พยายามมา 2-3อาทิตย์ จนหมดไฟเขียนบล็อกแล้ว  ตอนนี้กลับมา ล็อกอินได้แล้ว ! ....เดี๋ยวว่างแล้ว อัพเลย มีอะไรจะเขียนเยอะ!

Sunday Evening

posted on 09 Aug 2009 21:18 by mangazine

                 

                                               เคยรู้สึกแบบนี้กันบ้างไหม?

     ย็นวันอาทิตย์ รู้สึกหงอยๆและจ๋อยๆในใจ  เป็นความรู้สึกแปลกๆยากที่จะอธิบาย บอกได้แค่ว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจนัก อาการคลายๆความกลัวและกังวล ทั้งที่ไม่มีอะไรให้กังวล...(ซักเท่าไหร่) ซึ่งผมมักจะเรียกอาการแบบนี้ของผมเอาเองว่า 'อาการกึ่มๆ'

    'อาการกึ่มๆ' มันจะมาเอาประมาณ สี่โมงเย็นเป็นต้นไป โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญคือช่วงโพล้เพล้ ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับฟ้าไป แล้วมีแสงส้มๆ ชมพู ผสมกับสีเข้มๆของท้องฟ้า (ที่หนังฝรั่งเรียกช่วงเวลานี้ว่า Vanilla Sky) แล้วความรู้สึกที่ว่านี้ ก็จะหายไปเองพร้อมกับที่อาทิตย์ลับขอบฟ้าไป

      ตอนเด็กๆ ผมเป็นบ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงที่เรียนประถม ตอนนั้นความกังวลแบบนี้ ....จะเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้ววันอาทิตย์กำลังจะลาลับไป (คือพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแล้ว) และจะยิ่งกังวลมากขึ้น ถ้าหากว่า รุ่งขึ้นมีการบ้าน รึ งานที่ต้องส่งแต่ยังทำไม่เสร็จ! 

    และผมก็จำได้แม่นอีกว่า มันไม่ได้กึ่ม เฉพาะสุดสัปดาห์เท่านั้น ช่วงใกล้เปิดเทอมก็เป็น และจะเป็นหนักมากที่สุด ในวันที่พรุ่งนี้ คือวันที่ต้องไปโรงเรียน หลังจากที่ปิดเทอมมานาน  และแน่นอนว่า การบ้านปิดเทอมก็ยังไม่เสร็จ....เช่นเคย 

      จนเมื่อเข้าช่วงวัยรุ่น ความรู้สึกกึ่มๆ แทบจะหายไป เพราะไปกังวลกับเรื่องอื่นๆแทน (ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องเรียนแน่ๆ)  จนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้ แทบจะลืมความรู้สึกแบบนั้นไปแล้ว เหมือนกับว่าประสบการณ์มันมากขึ้น ไม่กลัวแสงอาทิตย์ช่วงนี้เหมือนเดิม คือชินกับมันมากขึ้น ผ่านช่วงเวลาแบบนี้ในทุกอาทิตย์และทุกขวบปีที่โตขึ้น จนชินชาและไม่รู้สึกอะไร

      แต่ใช่ว่า ความรู้สึกกึ่มๆ จะไม่เกิดกับผมอีก ผมจะรู้สึกประมาณนี้บ่อยๆ ยามที่ไปเที่ยวที่ไหน แปลกถิ่น หรือต่างไปจากชีวิตประจำวัน แล้วกำลังเดินทางกลับ ในช่วงเย็น จะกึ่มมากกก  เป็นทีนึง ก็จะรู้สึกถึงตอนเด็กๆขึ้นมาทีนึง (คือทบทวนตัวเองว่า 'กูต้องทำอะไรส่งบ้างวะพรุ่งนี้') แต่ในช่วงสิบกว่าปีมานี้ผมทำลายช่วงเวลาแบบนี้ ด้วยการเตะบอลแทบทุกวัน คือ เตะตั้งแต่เย็นจนพระอาทิตย์ตกดิน ยังไม่ทันกึ่ม อาทิตย์ก็ลาไปซะแล้ว ช่วงที่เตะทุกวันนี่ เหมือนโฆษณาเลิกเหล้าเลย  คือ ถ้าไม่เตะบอล.....แล้วตอนเย็นกูจะทำอะไร คือถ้าไม่อยากกึ่มต้องไปหาอะไรทำซะ อย่าให้ใจมันว่างจนเลยเถิดคิดกังวลอะไรขึ้นมา

      ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่อะไรหรอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พี่กึ่มเค้ามาเยือนผมอีกครั้ง แบบหนักๆด้วย เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไม่มีกิจกรรมใดๆจะทำทั้งสิ้น อยากหาอะไรทำแต่ ก็ไม่รู้จะทำอะไร จะอ่านหนังสือ ก็ไม่มีสมาธิ เอางานขึ้นมาทำก็ล่ม จะออกไปเตะบอลก็ยังเจ็บหลังยังไม่หาย ...ถึงแม้ว่าตั้งแต่ทำงานมา ผมจะไม่ได้เตะบอลบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน  แต่วันอาทิตย์มักจะเป็นวันที่ผมอยู่กับแฟน และชวนกันออกไปหาอะไรทำไปเรื่อย ตามประสาคนที่ได้หยุดงานเฉพาะวันอาทิตย์ (เดี๋ยวนี้วันเสาร์ก็ได้หยุดแล้วนะ) จนแทบจะกลายเป็นกิจวัตร แต่อาทิตย์นี้ในเมื่อ โนแฟน = โนแพลน  ไม่มีแฟน ก็ไม่มีแผน ที่จะไปไหนทั้งสิ้น(ไม่ได้ติดแฟนนะ แค่กิจวัตรมันต่างไปจากเดิมเลยยังไม่ชิน) พี่กึ่มเค้าก็กลับมาเยือนผมอีกครั้ง และทำให้ผม ทนไม่ไหวต้องออกจากบ้าน(เสนา)กลับมาบ้านที่ทำงาน(บางบัวทอง)ก่อนปรกติ 1วัน เพราะไม่อยากนั่งทนรอ จนพระอาทิตย์ตกดิน 

     และตอนผมออกจากบ้านมา ผมก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่า  คนอื่นๆจะมีใครเค้าเป็นเหมือนผมกันบ้างมั๊ย? เพราะบรรยากาศรอบๆข้าง ตอนเย็นๆผมก็เห็นคนอื่นๆเค้าหงอยกันไปหมด...รึจริงๆเราคิดไปเองคนเดียว แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยากเล่าให้ใครฟัง เพราะเดี๋ยวใครๆก็จะ เอาคำว่า 'อาร์ท' มาโยนใส่ผมอีก     

     เอาเป็นว่าเก็บความสงสัยมาใส่ในblog แล้วกัน ผมก็อยากรู้ว่า พี่กึ่มเค้ามาหาผมคนเดียวมั๊ย? หรือว่าที่ใครๆเค้าไม่เคยเจอพี่กึ่มเพราะ..............เค้า'ทำการบ้าน' เสร็จกันหมดแล้ว ??  


จังหวะ....โซล

posted on 05 Aug 2009 23:19 by mangazine

       ไม่เคยรู้สึกว่า ชีวิตตัวเองผ่านไปเร็วขนาดนี้มาก่อน  หลายๆอย่างวิ่งเข้ามาในชีวิตไวมากๆ ...ภายในเดือนเดียวเกิดเรื่อง  ที่เรียกได้ว่านานทีปีหนจะเกิดขึ้นมากมายจริงๆ    

        หลายๆเรื่อง เป็นเรื่องเล็กๆในชีวิตเรา  แต่ดันเป็นเรื่องใหญ่(มากๆ)กับชีวิตคนอื่น  เรื่องที่เกิดขึ้นบางเรื่อง ทำให้ชีวิตคนรู้จัก ได้เปลี่ยนไปอย่างที่เรียกได้ว่า .....ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้  

        (ลูกของลุงเสียจากอุบัติเหตุ และน้องชายเค้าที่สนิทกับเรามากๆ บวชให้และอาจจะไม่สึก - คุณครูร้านของชำใจดีแถวบ้าน ที่อยู่ในความทรงจำก็เสียไปอีกคน ทำให้ร้านนี้ต้องปิดลงไป ....เพื่อนสนิทมาก ที่โตมาด้วยกันก็แต่งงานไปมีครอบครัว ของตัวเอง.....เกิดเรื่องแย่ๆกับผมหลายๆอย่าง ทั้งสุขภาพกาย-สุขภาพจิต และ ล่าสุดวันนี้ .....พี่ที่ทำงานที่รักบริษัทมาก และทำเพื่อบริษัทมานาน ทำงานเอกสารพลาดเสียหายเล็กน้อย ถึงกับ.....ต้องโดนไล่จากจากงาน ข้อหาทุจริต ชนิดที่เรียกได้ว่า ทำผิดนิดเดียว ลงโทษขั้น ยึดทรัพย์ ประจาน แล้วยิงเป้า โดนไม่มีการอุทธรณ์ และนำความดีที่สร้างมาใช้ลดโทษใดๆ)

    หลายๆคนเจอเรื่องที่หนัก ชนิดที่เรียกได้ว่า อาการอกหัก หมดใจกับงานที่ทำ และปวดหลังของผม กลายเป็นแค่ผงเข้าตา ไปเลย     

      คติสอนในหลายๆเรื่อง ที่เคยอ่าน เคยฟังจากปากคนอื่น และผมมีความรู้สึกว่ามันน้ำเน่า....แต่  พอมันเกิดขึ้นกับเรา เลยสำนึกและได้ประสบกับตัวเองว่า  ถึงแม้จะฟังดูไม่เท่ห์ แต่มันก็เป็นความจริงที่สุด  แถมยังได้รับรู้เองว่าเรื่องร้ายๆที่ผ่านมา มันจะมีเรื่องที่ดีตามมาด้วย  .... ถ้าผมไม่ป่วยก็ไม่ได้รู้ว่ามีคนเป็นห่วง และ คอยช่วยเหลือ ชนิดที่เรียกได้ว่าช่วยจนเขินและเกรงใจ รวมถึงเรื่องอื่นๆที่มันทำให้ผมรู้สึกอะไรบางอย่างในใจ มันก็มีผลแห่งการเปลี่ยนแปลงตามมาเสมอ  

       แล้วเรื่องทั้งหมดมันก็ไปสรุปได้ว่า........."ชีวิตเราถ้าจะมีความสุข มีความทุกข์  มันไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย มันอยู่ที่ตัวเราเองคนเดียวจริงๆ"

      P.S.เป็นEntry ด้นสด ที่ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเขียนอะไร และยังไง และรู้ทั้งรู้ว่าเรื่องนี้ ไม่น่าอ่านเลย ไม่สนุกเลย เนื้อหาไม่ได้เรื่องเลย .......แต่ยังไงก็อยากจะบันทึกไว้บ้าง ไม่อยากให้มันผ่านไปเหมือนเรื่องประจำวันอื่นๆที่ผมทำให้มันผ่านไปโดยไม่มีความหมายใดๆในชีวิตเลย

อัพเดท จนได้

posted on 29 Jun 2009 23:02 by mangazine
     ปรกติใช้คอมทีทำงาน อัพเดทไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ลงรูป ลงอะไรไปก็ไม่เห็นผล เลยหมดไฟในการทำบล็อก ตอนนี้เข้ามาเปิดเล่นๆใช้ คอมที่บ้านเปิด(โม้นิดนุง เพิ่งซื้อมา)ดันติดซะงั้น มีโน๊ตบุ๊คส่วนตัวละมีเครื่องมือทำลูกเล่นละ ว่างๆเดี๋ยวจะอัพเรื่อยๆ   ครั้งนี้ถือว่าเทสต์รีรัน